"อาจารย์บุญเทียม ซิวใจเอื้อ" จอมขมังเวทย์ แห่งวัดศาลาครืน - จอมขมังเวทย์ - สมุนไพรไทย ยาสมุนไพร สมุนไพร สาระ บทความ สมุนไพร ผัก ผลไม้ สุขภาพ ตลาดสมุนไพร ซื้อขายสมุนไพร ลงประกาศฟรี โปรโมทฟรี



ผู้มีวิชามีความชำนาญในศาสตร์อักขระและเลขยันต์ "อาจารย์เทียม" วัดหนัง หรือ "อาจารย์บุญเทียม ซิวใจเอื้อ"  จอมขมังเวทย์ แห่งวัดศาลาครืน


"อาจารย์เทียม" วัดหนัง หรือ "อาจารย์บุญเทียม ซิวใจเอื้อ" ผู้ที่เรียกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า จอมขมังเวทย์ ทั้งเชี่ยวชาญศาสตร์เร้นลับเกี่ยวกับวิญญาณ
เป็นครูผู้สักยันต์ การปั้นบรมครูพ่อแก่ และวิชาสัปเหร่อ ที่ชำนาญในขั้นที่เรียกว่าเป็นบรมครู และยังเปิดต้อนรับสอนให้ลูกศิษย์มาร่ำเรียนวิชามานานหลายสิบปี จนทำให้เป็นหนึ่งในอาจารย์ที่มีลูกศิษย์เคารพนับถือทั่วประเทศ หลายคนใฝ่ฝันจะได้สักกับอาจารย์สักครั้งในชีวิต ยังไม่นับรวมเครื่องราง วัตถุอาคม ที่เหล่าศิษย์และผู้ศรัทธา ต่างหามาครอบครอง ด้วยเชื่อมั่น ในความเข้มขลัง ศักดิ์สิทธิ์

อาจารย์บุญเทียม ซิวใจเอื้อ มีชื่อจริงเต็มว่า อาจารย์บุญเทียม ซิวใจเอื้อหากพูดถึงประวัติของอาจารย์เทียม ท่านเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นหมอพื้นบ้าน และรับรักษาโรคให้แก่คนทั่วไปก่อน โดยท่านใช้คาถาอาคมร่วมไปกับการรักษา ต่อมาได้มีการศึกษาการปั้นหุ่นกับอาจารย์บุตร ประดับแจ้ และได้เรียนการปั้นฤาษีครั้งแรกในชีวิต


โดยดินที่อาจารย์เทียมนำมาใช้ในการปั้นฤาษี จะเป็นดินที่มาจากวัดเขาชะโงก นอกจากนี้ ยังมีดินที่เป็นส่วนประกอบที่มาจาก 7 ป่าช้า โดยทำพิธีพลีกรรมมาจากป่าช้าย่านอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และจะต้องเป็นศพผีตายโหงเท่านั้น นอกเหนือจากการปั้นองค์ฤาษี อาจารย์เทียมยังมีความเกี่ยวพันกับเรื่องราวของแม่นาคพระโขนง และเป็นคนที่ปั้นไอ้แดง ลูกของแม่นาคขึ้นมาทดแทนองค์เดิมที่เสียหาย นอกจากนี้ อาจารย์เทียมยังมีความสามารถในการสักยันต์ อาจารย์ได้รับการครอบเข็มสักมาจากอาจารย์ทอง ตลาดพลู ซึ่งเป็นครูสักชื่อดัง ศิษย์หลวงปู่สาย วัดบางรักใหญ่
 
เส้นทางชีวิตจอมขมังเวทย์ของ "อาจารย์บุญเทียม" เริ่มต้นจากการเรียนรู้จากพ่อของอาจารย์ ที่เป็นหมอพื้นบ้าน ที่รับรักษาโรคให้คนทั่วไป  ซึ่งใช้อาคมร่วมในการรักษา จนมาศึกษาการปั้น กับ อาจารย์ บุตร ประดับแจ้ ช่วยท่านนวดดิน หาดินเพื่อนำมาปั้นฤาษี ด้วยวัยเด็กของอาจารย์บุญเทียม จึงได้ลอบปั้นฤาษีตนแรกในชีวิต

กิจวัตรประจำวันของ "อาจารย์บุญเทียม" คือ การปั้นพระฤาษี ในสำนักบ้านพัก ที่อยู่ในซอยวุฒากาศ 42 ใกล้กับวัดศาลาครืน เขตจอมทอง กรุงเทพฯ  เพราะมีผู้ศรัทธา ได้ขอบูชามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางคนรอฤาษีที่สั่งปั้นบูชานี้ นานข้ามปีกันเลยทีเดียว
การปั้นฤาษีของอาจารย์บุญเทียม นั้น เป็นการปั้นมือ โดยไม่ได้ใช้เครื่องมือสมัยใหม่เข้าช่วย แม้แต่ฐานรองปั้น ยังเป็นแผ่นไม้กลมหมุนด้วยมือ และต้องทำให้เสร็จภายในหนึ่งวัน

ฤาษีที่อาจารย์บุญเทียมปั้นให้บูชา เรียกว่า ฤาษีโปร่งฟ้า โดยเป็นการถือเอาเคล็ดว่า เมื่อคนที่ศรัทธานำไปบูชา จะได้ราบรื่น ปลอดโปร่ง เพราะตนถือการปั้นองค์ฤาษี ไม่ใช่เป็นการปั้นตุ๊กตาเล่น แต่คือการปั้นเครื่องสักการะ ฉะนั้นจึงต้องทำในสิ่งที่ดีที่สุด

ส่วนประกอบในการปั้นฤาษีของ "อาจารย์เทียม" นั้น องค์ประกอบหลัก คือ ดิน ซึ่งดินหลักที่ใช้คือ ดินที่นำมาจากวัดเขาชะโงก ที่มีอดีตเกจิอาจารย์อย่าง หลวงพ่อเหลือ ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

นอกจากดินหลัก ยังมีดินที่เป็นส่วนประกอบ อย่าง ดิน 7 ป่าช้า โดยทำพิธีพลีกรรมมาจาก ป่าช้าย่านอำเภออู่ทอง จ.สุพรรณบุรี โดยเน้นย้ำว่า ต้องเป็นศพผีตายโหงเท่านั้น  และนำมาคลุกผสมกับดินจอมปลวกขาว  ดินโป่ง ใบไม้มงคล เช่น ชัยพฤกษ์ ราชพฤษ์ กัลปพฤกษ์  ชุมแสง เป็นต้น

อาจารย์บุญเทียม ยังได้อธิบาย การบูชาฤาษีให้ถูกต้อง และถูกกับอาชีพการงานของแต่ละคน เช่น ต้องการโชคลาภ ทรัพย์สิน ให้บูชา "พระฤาษีกไลยโกฎิ" เพราะเน้นด้านโภคทรัพย์ เป็นคนเรียนวิชาอาคม นักข่าว บูชาฤาษีนารท ฤาษีตาไฟ

นอกเหนือจากการปั้นองค์ฤาษี "อาจารย์บุญเทียม" ยังเกี่ยวพันกับเรื่องราวของแม่นาค พระโขนง เพราะเป็นผู้ที่ได้ปั้น ไอ้แดง ลูกแม่นาค ซึ่งเป็นองค์ทดแทนจากองค์ดั้งเดิม ที่ถูกต้นยางในวัดมหาบุศย์หักใส่จนเสียหาย จึงต้องมีการปั้นขึ้นใหม่  และเมื่อรับงานปั้นชิ้นนี้
คนในซอยบ้านอาจารย์ ได้มาพูดกันต่อ ๆ ว่า "อาจารย์เทียม" ทำไมเอาหลานมานอนแก้ผ้าตากยุงหน้าบ้าน ทั้งที่ความเป็นจริงในเวลานั้น ตัวอาจารย์ยังไม่มีหลานตัวเล็ก และที่ด้านหน้าบ้านมีเพียงหุ่นไอ้แดง ที่ปั้นเสร็จนำมาผึ่งลมไว้เท่านั้น

แหล่งข้อมูล/ภาพ : komchadluek.net/amulet/513662
Tags: